ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์      นางสาว ร.                                     โจทก์

ที่  ๓๙๘/๒๕๖๗                            บริษัท อ.  จำกัด                                จำเลย

 

                   โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการติดตั้งและตกแต่งห้องครัว โจทก์ซื้อที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ XXXX ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต พร้อมบ้านเลขที่ XXX เพื่อขายต่อหากำไร โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าวให้แก่บริษัท . จำกัด แล้ว โดยมีข้อตกลงว่าโจทก์จะต้องทำเฟอร์นิเจอร์ห้องครัวในบ้านดังกล่าวให้แล้วเสร็จก่อนถึงกำหนดนัดจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ โจทก์จึงทำสัญญาว่าจ้างจำเลยติดตั้งเฟอร์นิเจอร์และวัสดุอุปกรณ์เครื่องครัวภายในห้องครัวบ้านดังกล่าว ภายหลังทำสัญญาผู้รับจ้างจากจำเลยไม่สามารถติดตั้งเฟอร์นิเจอร์และวัสดุอุปกรณ์เครื่องครัวได้ตามกำหนด เนื่องจากพนักงานของจำเลยวัดขนาดพื้นที่บริเวณที่ติดตั้งผิดพลาด โจทก์แจ้งให้จำเลยส่งพนักงานมาวัดขนาดพื้นที่ใหม่ แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเนื่องจากถูกผู้จะซื้อบอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายและอาจถูกผู้จะซื้อเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติมโจทก์บอกกล่าวให้จำเลยชำระค่าเสียหายแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

       จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยมิได้ทำสัญญาตามฟ้องกับโจทก์ โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้เพราะต้องการนำบ้านพร้อมที่ดินไปขายต่อเพื่อหากำไร คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการติดตั้งและตกแต่งห้องครัว จำเลยรับจ้างโจทก์ติดตั้งเฟอร์นิเจอร์และวัสดุอุปกรณ์เครื่องครัวภายในห้องครัวโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้นแม้เป็นบุคคลธรรมดา แต่โจทก์ซื้อที่ดินพร้อมบ้านตามฟ้องโดยมีเจตนาขายต่อเพื่อหากำไร การงานที่โจทก์ว่าจ้างจำเลยมิใช่เพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย แต่เป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการค้าของโจทก์ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน ส่วนปัญหาว่าจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณา เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาจ้างทำของ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย    ดังกล่าวเช่นเดียวกัน ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

 

                         (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                                                       ประธานศาลอุทธรณ์