ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์             นางสาว ส.                          โจทก์

ที่  ๕๐๖/๒๕๖๗                                นางสาว ภ. กับพวก              จำเลย

                   โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๓ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการสถานพยาบาลชื่อ ท. มีจำเลยที่ ๔ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน และมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาล โจทก์และนาย ช. ได้รับการชักชวนจากจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้เข้ารับบริการทางการแพทย์ในสถานพยาบาลดังกล่าวพร้อมผู้ติดตามอีกหนึ่งคนในวงเงินค่าบริการ ๑๕,๐๐๐ บาท มีข้อตกลงว่าภายหลังรับบริการโจทก์และนาย ช. จะต้องทำรีวิวเผยแพร่และโฆษณาการเข้ารับบริการหรือรักษาอาการผ่านทางเว็บไซต์http://www.Youtube.com ช่อง #MB Official ซึ่งโจทก์และนาย ช. เป็นเจ้าของรวมถึงช่องทางอื่นด้วย ต่อมาโจทก์ นาย ช. กับพวกอีก ๑ คน เดินทางไปยังสถานพยาบาลของจำเลยที่ ๓ เพื่อเข้ารับบริการและรักษาอาการ มีจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นแพทย์แผนไทยประยุกต์และเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๓ เป็นผู้ทำการรักษาโจทก์ด้วยวิธีการเผายาบริเวณหน้าท้องโจทก์ระหว่างทำการรักษาโจทก์รู้สึกว่ามีแอลกอฮอล์ไหลไปยังแผ่นหลัง เอว และกางเกงชั้นในของโจทก์ โจทก์แจ้งให้จำเลยที่ ๑ ทราบแล้ว แต่จำเลยที่ ๑ กลับเพิกเฉยและจุดไฟเผาเครื่องยาซึ่งวางอยู่บนหน้าท้องของโจทก์ทำให้เกิดเปลวไฟลุกไหม้ร่างกายโจทก์กระจายเป็นวงกว้าง ทำให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส การกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง 

จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่าง ผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นแพทย์แผนไทยประยุกต์และเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๓ ซึ่งประกอบกิจการสถานพยาบาล มีจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ให้บริการทางการแพทย์แก่โจทก์โดยเรียกค่าบริการเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับบริการนั้น แม้จะมีข้อตกลงรีวิวและโฆษณาการเข้ารับการรักษาก็ถือเป็นวิธีการชำระค่าบริการด้วยวิธีอื่นแทนการชำระด้วยเงิน พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ชำระค่าเสียหายในมูลละเมิดอันเนื่องมาจากการให้บริการ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ซึ่งโจทก์ฟ้องให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ รวมกันมาในคดีนี้นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓) 

          วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

 

                                   (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                       ประธานศาลอุทธรณ์