คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาง ส. โจทก์
ที่ ๔๐๐/๒๕๖๗ นาย บ. ที่ ๑ กับพวก จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ อยู่กินฉันสามีภริยาและร่วมกันประกอบกิจการโรงพยาบาลโดยจัดตั้งบริษัท ธ. จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ ๑ ทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ ๒ ครั้ง รวมเป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๓ ต่อปี มีจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ให้แก่โจทก์บางส่วนแล้วผิดนัด โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้จำเลยที่ ๓ ชำระแทน
จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการ โดยจำเลยที่ ๓ ให้การว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๓ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ให้จำเลยที่ ๑ กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน แต่จำเลยที่ ๑ กู้ยืมเงินจำนวนมากเกินกว่าความจำเป็นในการใช้ประกอบอาชีพเพื่อดำรงชีพ พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่าจำเลยที่ ๑ แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากเงินกู้ที่ได้รับอีกต่อหนึ่ง แม้โจทก์ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงิน โจทก์กับจำเลยที่ ๑ ก็ไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคต่อกัน ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลกู้ยืมเงิน โดยให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ รับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์