คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ สหกรณ์ออมทรัพย์บริษัท ก. โจทก์
ที่ ๕๐๔/๒๕๖๗ นางสาว อ. กับพวก จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทสหกรณ์ออมทรัพย์ จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นสมาชิกของโจทก์ ทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยตามสัญญาและระเบียบโจทก์ มีจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ผิดนัด โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งหกเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยที่ ๓ และที่ ๖ ให้การต่อสู้คดีหลายประการ และจำเลยที่ ๖ ให้การว่าคดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๖ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบกิจการสหกรณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของบรรดาสมาชิกและสมาชิกสมทบ รวมทั้งรับฝากเงิน ให้กู้ยืมเงินและให้สินเชื่อแก่สมาชิก โจทก์ให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นสมาชิกกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้รับบริการนั้นเป็นบุคคลธรรมดาและไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์ โดยตรงทางธุรกิจจากเงินกู้อีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ในมูลกู้ยืมเงิน โดยให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ในฐานะผู้ค้ำประกันร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์