คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาง อ. โจทก์
ที่ ๔๐๖/๒๕๖๗ บริษัท ด. จำกัด หรือ บริษัท อ. จำกัด จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินและบ้านพร้อมสระว่ายน้ำในโครงการ อ. เฟส ๒ กับจำเลย ๑ หลัง มีกำหนด ๓๐ ปี มีข้อตกลงให้ต่อสัญญาเช่าได้ ๒ ครั้ง ครั้งละ ๓๐ ปี โจทก์ชำระเงินมัดจำและค่าเช่าบางส่วนตามสัญญาให้แก่จำเลยแล้ว แต่โจทก์ตรวจสอบพบว่าจำเลยยังไม่ก่อสร้างบ้านตามสัญญาและจำเลยมิได้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินอันเป็นที่ตั้งของโครงการ โจทก์จึงทวงถามแต่จำเลยเพิกเฉยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาเช่าที่ดินและบ้านพร้อมสระว่ายน้ำกับโจทก์ โดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย จำเลยซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนโจทก์เป็นผู้เช่าและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้นเป็นบุคคลธรรมดาและเป็นชาวต่างชาติ ไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงเป็นผู้บริโภค ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาเช่า จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์