คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ย. โจทก์
ที่ ๔๐๘/๒๕๖๗ บริษัท พ. จำกัด ที่ ๑ กับพวก จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจโรงแรมรีสอร์ตและห้องชุด มีจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน โจทก์ทำสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าห้องชุดในโครงการอาคารชุด ป. กับจำเลยทั้งสอง ๑ ห้อง โจทก์ชำระเงินค่าสิทธิการเช่าให้แก่จำเลยทั้งสองตามสัญญาครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยทั้งสองไม่สามารถก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จได้ โจทก์กับจำเลยทั้งสองจึงตกลงเลิกสัญญา โดยจำเลยทั้งสองตกลงคืนเงินที่ได้รับไว้ให้แก่โจทก์ด้วยวิธีการผ่อนชำระ แต่จำเลยทั้งสองคืนเงินให้แก่โจทก์เพียงบางส่วนแล้วผิดนัด โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองคืนเงินและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์เป็นนักลงทุนซื้อขายสิทธิการเช่าเพื่อต้องการผลตอบแทนประกันการเช่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าจำเลยทั้งสองประกอบธุรกิจโรงแรมรีสอร์ตและห้องชุด ทำสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าห้องชุดให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยทั้งสองจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดาและเป็นชาวต่างชาติ ทำสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าห้องชุดเพียง ๑ ห้อง แม้จำเลยทั้งสองอ้างว่ามีข้อตกลงชำระเงินรับประกันการเช่าให้แก่โจทก์ แต่ข้อตกลงดังกล่าวก็ถือเป็นวิธีการขายสิทธิการเช่าห้องชุดให้ได้จำนวนมาก เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ประกอบธุรกิจซื้อขายหรือให้เช่าห้องชุด พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดตามฟ้อง ทั้งมูลคดีที่โจทก์อ้างก็สืบเนื่องจากจำเลยทั้งสองไม่สามารถก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญาโจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองคืนเงินอันมีมูลจากสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าห้องชุด จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์