คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย พ. โจทก์
ที่ ๔๑๔/๒๕๖๗ นาย ป. กับพวก จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด ต่างประกอบกิจการประกันภัย โดยจำเลยที่ ๒ รับประกันภัยรถยนต์ หมายเลขทะเบียน x xx xxxx กรุงเทพมหานคร ส่วนจำเลยที่ ๓ รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน xx xxxx สุรินทร์ ของโจทก์ ในวันเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์คันที่จำเลยที่ ๒ รับประกันภัยไว้ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังเลี้ยวรถยนต์ออกจากสถานีบริการน้ำมัน ป. เข้าถนน พ.เพื่อมุ่งหน้าไปแยก ป. แล้วจำเลยที่ ๑ เปลี่ยนช่องเดินรถกะทันหันเข้าสู่ช่องเดินรถที่ ๒ นับจากซ้าย ตัดหน้ารถยนต์หมายเลขทะเบียน xx xxxx สุรินทร์ ที่โจทก์ขับมาตามปกติในช่องเดินรถที่ ๒ ในระยะกระชั้นชิดโดยไม่ให้สัญญาณไฟเลี้ยวและไม่มองรอบด้านให้ดีเสียก่อน โจทก์จึงไม่สามารถหยุดรถได้ทันเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกัน ทำให้รถยนต์ของโจทก์พลิกคว่ำ โจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสและผู้โดยสารภายในรถยนต์ของโจทก์ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสามชำระค่าเสียหายแล้ว แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๓ ประกอบกิจการประกันภัยและรับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน xx xxxx สุรินทร์ ของโจทก์ โดยเรียกค่าเบี้ยประกันภัยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๓ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยมีโจทก์ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๓ ชำระค่าเสียหายในมูลสัญญาประกันภัย จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๑ ผู้กระทำละเมิดและจำเลยที่ ๒ ผู้รับประกันภัยรถยนต์คันที่ก่อเหตุละเมิดซึ่งโจทก์ฟ้องให้รับผิดรวมกันมาในคดีนี้ ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์