ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                   นางสาว ก.                                                         โจทก์

ที่ ๔๒๐/๒๕๖๗                                                  นางสาว ย.                                                         ผู้ร้อง

                                                                            นาย ส.                                                              จำเลย

                                    

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจดทะเบียนขายฝากที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ xxxxx ตำบล บ. อำเภอ ส. จังหวัด ช. ไม่รวมสิ่งปลูกสร้างไว้กับโจทก์ ก่อนครบกำหนดไถ่ถอน จำเลยทำสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่ออกไปอีก ๑ ปี จำเลยไม่ไถ่ถอนภายในกำหนดเวลากรรมสิทธิ์ในที่ดินจึงเป็นของโจทก์ แต่จำเลยยังคงให้บริวารอยู่อาศัยในที่ดินที่ขายฝาก โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปจากที่ดินที่ขายฝากและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                    ระหว่างพิจารณานางสาว ย. ยื่นคำร้องสอดขอเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สาม ศาลจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งรับคำร้องสอด

ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องสอดเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ xx/x หมู่ที่ x ตำบล บ. อำเภอ ส. จังหวัด ช. ซึ่งปลูกสร้างบนที่ดินตามฟ้องโดยได้รับความยินยอมจากจำเลย โจทก์สมคบกับจำเลยจดทะเบียนขายฝากที่ดินดังกล่าวโดยมีเจตนาไม่สุจริต ขอให้เพิกถอนการขายฝาก

                   โจทก์ให้การแก้คำร้องสอดว่า ผู้ร้องสอดใช้สิทธิในการก่อสร้างโดยไม่สุจริต ขอให้ยกคำร้องสอดหรือมีคำพิพากษาให้ผู้ร้องสอดและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์

ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภค หมายความว่า (๔) คดีแพ่งที่มีกฎหมายบัญญัติให้ใช้วิธีพิจารณาตามพระราชบัญญัตินี้และพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔ คำว่า ผู้ขายฝาก หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ขายตามสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และคำว่า ที่อยู่อาศัยหมายความว่า อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและหรือที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยหรือเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย คดีนี้ได้ความตามคำฟ้อง คำร้องสอดและคำให้การแก้คำร้องสอดของโจทก์ว่า จำเลยจดทะเบียนขายฝากที่ดินไว้กับโจทก์แล้วไม่ไถ่ถอนภายในกำหนดเวลาตามสัญญา เมื่อจำเลยเป็นบุคคลธรรมดาและถูกโจทก์ฟ้องขับไล่ออกจากทรัพย์ที่ขายฝากโดยปรากฏข้อเท็จจริงว่า ทรัพย์ที่ขายฝากมีบ้านเลขที่ xx/x ซึ่งผู้ร้องสอดพักอาศัยอยู่โดยได้รับความยินยอมจากจำเลยให้ปลูกสร้างได้ อันเป็นการขายฝากที่อยู่อาศัยซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๑ บัญญัติให้คดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากเป็นคดีผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค โดยให้ถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค จำเลยจึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยอันมีมูลจากการขายฝากกับให้ชำระค่าเสียหาย จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๔) สำหรับผู้ร้องสอดซึ่งร้องสอดเข้าในคดีภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑

วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                  ประธานศาลอุทธรณ์