คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ก. โจทก์
ที่ ๔๒๒/๒๕๖๗ บริษัท ห. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ โจทก์ทำสัญญาแต่งตั้งจำเลยเป็นตัวแทนนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยผ่านระบบสตรีมมิ่งของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับจำเลย ๒ บัญชี คือ บัญชีแคชหรือบัญชีเงินสดได้รับอนุมัติวงเงิน ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท และบัญชีแคชบาลานซ์หรือบัญชีวางหลักประกันเต็มจำนวนได้รับอนุมัติวงเงิน ๓๐,๕๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ซื้อขายหลักทรัพย์กับจำเลยเรื่อยมา ต่อมาวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ โจทก์สั่งขายหุ้น “xxx” ที่โจทก์ถืออยู่ออกไปทั้งหมด แต่ในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ อันเป็นวันครบกำหนดเวลาชำระเงินที่ได้จากการขาย โจทก์กลับไม่ได้รับเงินตามสัญญา ต่อมาจำเลยอายัดเงินที่โจทก์ได้รับจากการขายหุ้น “xxx” และอายัดหรือระงับบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของโจทก์ทั้งสองบัญชีทั้งที่โจทก์มิได้ผิดสัญญา โดยจำเลยอ้างว่าปฏิบัติตามคำสั่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แต่โจทก์ไม่เคยได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากจำเลยหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ทำให้โจทก์ไม่สามารถซื้อขายหลักทรัพย์อื่นที่มีในบัญชีได้ตามปกติ เป็นเหตุให้มูลค่าหลักทรัพย์อื่นในบัญชีของโจทก์ลดลง ทั้งจำเลยยังให้โจทก์ชำระค่าหุ้นตามคำสั่งซื้อของโจทก์ก่อนหน้าถูกอายัดหรือระงับบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์แต่โจทก์ปฏิเสธจำเลยจึงบังคับขายหลักทรัพย์เพื่อชำระหนี้คงค้าง การกระทำของจำเลยจึงเป็นการผิดสัญญาและละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยยกเลิกการระงับบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของโจทก์ทั้งสองบัญชีให้สามารถซื้อขายหลักทรัพย์ได้ตามปกติ และให้ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
จำเลยยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และทำสัญญาตัวแทนนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์กับโจทก์เพื่อให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์โดยเรียกค่าธรรมเนียมตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาแต่งตั้งจำเลยเป็นตัวแทนนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ อันมีลักษณะเป็นการลงทุนเพื่อให้ได้รับผลตอบแทน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยตามสัญญาแต่งตั้งตัวแทนและให้ชำระค่าเสียหายอันเป็นมูลละเมิดที่สืบเนื่องจากการให้บริการ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์