ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์          นาย พ.                                          โจทก์

ที่  ๔๖๐/๒๕๖๗                                    นางสาว ช. ที่ ๑ กับพวก                   จำเลย

                    โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ไม่ได้ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงิน จำเลยทั้งสองกู้ยืมเงินจากโจทก์หลายครั้งผ่านแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก เมสเซนเจอร์ รวมเป็นเงิน ๓๘๐,๐๐๐ บาท โดยไม่ได้กำหนดระยะเวลาชำระเงินคืนและดอกเบี้ยไว้ และโจทก์ขายผลไม้หลายชนิดให้แก่จำเลยทั้งสองโดยใส่ตะกร้าผลไม้ ๑๗๕ ใบ เพื่อส่งมอบผลไม้ให้แก่จำเลยทั้งสองแต่จำเลยทั้งสองไม่คืนตะกร้าผลไม้แก่โจทก์คิดเป็นเงิน ๑๔,๐๐๐ บาท โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้และค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ให้จำเลยทั้งสองกู้ยืมเงิน แม้มีการเรียกดอกเบี้ย แต่ไม่ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้และโจทก์ไม่ได้เรียกให้จำเลยทั้งสองวางหลักประกันการให้กู้ยืมเงินอันเป็นการผิดวิสัยของผู้ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงิน และจากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีศาลจังหวัดชุมแพไม่ปรากฏว่าโจทก์เคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงิน พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์ให้จำเลยทั้งสองกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตนโจทก์จึงไม่อยู่ในฐานะผู้ให้บริการและไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนที่โจทก์เรียกค่าเสียหายจากการที่จำเลยทั้งสองไม่ส่งมอบตะกร้าผลไม้คืนแก่โจทก์นั้น ได้ความว่าจำเลยทั้งสองซื้อผลไม้จากโจทก์เพื่อนำไปจำหน่ายต่อ จำเลยทั้งสองจึงมิใช่ผู้บริโภค โจทก์และจำเลยทั้งสองจึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคต่อกันทั้งสองกรณี เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้อันมีมูลจากการกู้ยืมเงินและเรียกค่าเสียหายจากการที่จำเลยทั้งสองไม่ส่งมอบตะกร้าผลไม้คืนแก่โจทก์ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                   วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

                                                                            (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                                                              ประธานศาลอุทธรณ์