คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาง ม. โจทก์
ที่ ๔๒๔/๒๕๖๗ นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร พ. กับพวก จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ มีจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๐ เป็นกรรมการ โจทก์เป็นสมาชิกและรับบริการจากจำเลยที่ ๑ โดยชำระเงินค่าส่วนกลาง โจทก์และสมาชิกจำเลยที่ ๑ เข้าชื่อทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการจำเลยที่ ๑ ให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ แต่คณะกรรมการไม่ดำเนินการให้ตามคำขอ ต่อมาโจทก์และสมาชิกจำเลยที่ ๑ จึงจัดประชุมเอง ที่ประชุมใหญ่ลงมติด้วยเสียงข้างมากให้ปลดประธานและกรรมการนิติบุคคลจำเลยที่ ๑ ออกทั้งคณะและแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้พันตำรวจเอก ป. เป็นประธานและนำรายชื่อคณะกรรมการชุดใหม่ไปจดแจ้งการเปลี่ยนแปลง แต่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดวินิจฉัยอุทธรณ์และมีคำสั่งไม่รับจดแจ้ง พันตำรวจเอก ป. อุทธรณ์คำสั่ง สำนักงานที่ดินจังหวัดมีคำสั่งไม่รับจดแจ้งรายชื่อคณะกรรมการชุดใหม่เพราะเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ ต้องดำเนินการ พันตำรวจเอก ป. จึงส่งหนังสือพร้อมมติและรายชื่อคณะกรรมการชุดใหม่ไปยังจำเลยทั้งสิบ เพื่อให้จำเลยทั้งสิบดำเนินการจดแจ้งเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรที่ได้จัดตั้งขึ้นใหม่ต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด แต่จำเลยทั้งสิบเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสิบร่วมกันนำส่งรายชื่อคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร พ. ชุดใหม่ต่อนายทะเบียนเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด เพื่อจดแจ้งรายชื่อคณะกรรมการชุดใหม่ หากจำเลยทั้งสิบไม่ดำเนินการขอให้ถือเอาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแทนการแสดงเจตนา
จำเลยทั้งสิบยื่นคำร้องให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องของโจทก์ว่า แม้จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ มีหน้าที่ดูแลรักษาหมู่บ้านและทรัพย์ส่วนกลางให้อยู่ในสภาพที่สมาชิกในหมู่บ้านดังกล่าวจะใช้ประโยชน์ได้ดีตลอดเวลา ซึ่งมีลักษณะเป็นการรับจัดทำการงานให้แก่สมาชิกในหมู่บ้านเมื่อมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากสมาชิกเป็นค่าตอบแทน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยมีโจทก์เป็นสมาชิกของจำเลยที่ ๑ และอยู่ในฐานะผู้รับบริการก็ตาม แต่ข้อพิพาทในคดีนี้เป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องขอให้นำส่งรายชื่อคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรชุดใหม่ต่อเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อจดแจ้งรายชื่อคณะกรรมการชุดใหม่ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการดังกล่าวข้างต้น หากแต่เป็นเรื่องการบริหารงานภายในของจำเลยทั้งสิบ คดีระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสิบจึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์