ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์      บริษัท อ.                             โจทก์

ที่  ๔๓๓/๒๕๖๗                              บริษัท ล.                             จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการให้บริการเรือลากจูง เรือขนส่งสินค้า ท่าเรือ และคลังสินค้า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการค้าเม็ดพลาสติก ยางเทียม มีจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาใช้บริการเรือขนส่งสินค้าบริการคลังสินค้า และบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าทางเรือกับโจทก์หลายครั้ง โจทก์ให้บริการแก่จำเลยที่ ๑ เรียบร้อยและจัดส่งใบแจ้งหนี้เรียกเก็บเงินค่าบริการไปยังจำเลยที่ ๑ เรื่อยมา ต่อมาจำเลยที่ ๑ ผิดนัดชำระค่าบริการตามใบแจ้งหนี้ที่ไม่ได้ชำระค่าบริการ ๒๖ รายการ โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบกิจการให้บริการเรือลากจูง เรือขนส่งสินค้า ท่าเรือ และคลังสินค้า โจทก์ให้บริการเรือขนส่งสินค้า บริการคลังสินค้า และบริการอื่น ๆ แก่จำเลยที่ ๑ โดยเรียกค่าบริการเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้รับบริการนั้น เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยที่ ๑ ใช้บริการตามฟ้องกับโจทก์เพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการค้า อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ในมูลสัญญาให้บริการขนส่ง โดยให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมรับผิดในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

          วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค 

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์