ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                 นาย ร.                                  โจทก์

ที่  ๔๖๘/๒๕๖๗                                           นาง น.                                  จำเลย

                    โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินหลายครั้งโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยจำเลยได้รับเงินกู้จากโจทก์ ๙๕๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ภายหลังทำสัญญาจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เพียงบางส่วนแล้วผิดนัด โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๕ ต่อเดือน ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าโจทก์ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงิน คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าโจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน แต่จำเลยได้รับเงินกู้เพียง ๙๕๐,๐๐๐ บาท เมื่อจำเลยให้การว่าโจทก์เรียกดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๕ ต่อเดือนเชื่อได้ว่าโจทก์หักดอกเบี้ยล่วงหน้าก่อนส่งมอบเงินกู้ให้แก่จำเลย อันเป็นวิธีปฏิบัติของผู้ประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินดำเนินการ และปรากฏตามสำเนาเอกสารท้ายคำคัดค้านว่าโจทก์ให้จำเลยและบุคคลอื่นกู้ยืมเงินอีกหลายราย พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่าโจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตนโจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้กู้และอยู่ในฐานะผู้รับบริการนั้น ไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากเงินกู้ที่ได้รับอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลกู้ยืมเงิน จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                   วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                         (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                                          ประธานศาลอุทธรณ์