คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ค. โจทก์
ที่ ๔๖๗/๒๕๖๗ บริษัท น. ที่ ๑ กับพวก จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน โจทก์ทำสัญญาซื้อขายห้องชุดในอาคารชุด น. แบบมีการรับประกันการเช่ากับจำเลยทั้งสอง ๑ ห้อง โจทก์ชำระเงินค่าห้องชุดให้แก่จำเลยทั้งสองครบถ้วนตามสัญญาแล้ว แต่จำเลยทั้งสองไม่ก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญาและไม่ชำระเงินรับประกันการเช่าให้แก่โจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดตามฟ้องให้แก่โจทก์และชำระหนี้ หากไม่สามารถดำเนินการได้ให้จำเลยทั้งสองคืนเงินและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ทำสัญญาซื้อขายห้องชุดเพื่อต้องการเงินรับประกันการเช่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าจำเลยทั้งสองประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาซื้อขายห้องชุดให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยทั้งสองจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดา ทำสัญญาซื้อขายห้องชุดในคดีนี้เพียง ๑ ห้อง แม้มีข้อตกลงให้จำเลยทั้งสองนำห้องชุดออกให้บุคคลภายนอกเช่าแล้วแบ่งผลประโยชน์แก่โจทก์ ก็ถือเป็นวิธีการขายห้องชุดของจำเลยทั้งสองให้ได้จำนวนมาก เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าห้องชุด พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดตามฟ้อง ทั้งมูลคดีที่โจทก์อ้างก็สืบเนื่องจากจำเลยทั้งสองไม่ก่อสร้างอาคารชุดให้เสร็จภายในกำหนดเวลาและไม่ชำระหนี้ตามสัญญา โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดและชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาซื้อขายห้องชุด จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์