ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์

ที่  ๕๕๓/๒๕๖๗                                                                            

นางสาวณ.                                                         โจทก์

         นางฮ.                                                              จำเลย

                 โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจดทะเบียนขายฝากที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ xxxx ตำบลโพนงาม อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร พร้อมบ้านพักอาศัยชั้นเดียวเลขที่ xxx หมู่ที่ x ตำบลโพนงาม อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร ไว้กับโจทก์แล้วไม่ไถ่ถอนภายในกำหนดเวลาตามสัญญา แต่จำเลยและบริวารยังคงอยู่อาศัยในทรัพย์ที่ขายฝากดังกล่าว โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปจากที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยตามฟ้องและชำระค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์

                 จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยจดทะเบียนขายฝากที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยตามฟ้องอำพรางการกู้ยืมเงิน คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้องจำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดี

ผู้บริโภค หมายความว่า (๔) คดีแพ่งที่มีกฎหมายบัญญัติให้ใช้วิธีพิจารณาตามพระราชบัญญัตินี้และพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔ คำว่า ผู้ขายฝาก หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ขายตามสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และคำว่า ที่อยู่อาศัย หมายความว่า อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและหรือที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยหรือเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย คดีนี้ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยจดทะเบียนขายฝากที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัยชั้นเดียวไว้กับโจทก์แล้วไม่ไถ่ถอนภายในกำหนดเวลาตามสัญญา เมื่อจำเลยเป็นบุคคลธรรมดาและถูกโจทก์ฟ้องขับไล่ออกจากทรัพย์ที่ขายฝากซึ่งมีบ้านพักอาศัยชั้นเดียวเลขที่ xxx ตรงกับภูมิลำเนาของจำเลยตามฟ้อง พฤติการณ์แห่งคดีเชื่อได้ว่าเป็นการขายฝากที่อยู่อาศัย ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๑ บัญญัติให้คดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากเป็นคดีผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค โดยให้ถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค จำเลยจึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยอันมีมูลจากการขายฝากกับให้ชำระค่าขาดประโยชน์ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา ๓ (๔)

วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

 

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

  ประธานศาลอุทธรณ์