ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์      นางฐ.                                              โจทก์

ที่ ๗๑๗/๒๕๖๗                              นางจ.                                              จำเลย

 

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงิน โจทก์กู้ยืมเงินจากจำเลย ๔๖๐,๐๐๐ บาท เพื่อนำไปชำระหนี้ส่วนตัวของโจทก์ ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๒๔ ต่อปี โดยจำเลยให้โจทก์ทำสัญญาขายฝากที่ดินของโจทก์โฉนดที่ดินเลขที่ XXX ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ให้แก่จำเลยเพื่ออำพรางการกู้ยืมเงิน จำเลยหักดอกเบี้ยล่วงหน้า ๒๐,๐๐๐ บาท ค่าดำเนินการและค่าจดทะเบียน ๒๑,๑๙๕ บาท และโอนชำระหนี้แก่เจ้าหนี้โจทก์ ๓๐๐,๐๐๐ บาท เหลือเงินส่งมอบให้แก่โจทก์ ๑๐๘,๘๐๕ บาท กำหนดสินไถ่เวลา ๑ ปี เป็นเงิน ๕๗๐,๐๐๐ บาท โจทก์ชำระหนี้บางส่วนให้แก่จำเลย ๘๘,๐๐๐ บาทแล้ว ต่อมาจำเลยแจ้งโจทก์ว่าพ้นกำหนดไถ่ถอนแล้ว ให้โจทก์ออกไปจากทรัพย์ที่ขายฝาก หากโจทก์ต้องการซื้อที่ดินคืนจะต้องชำระเงิน ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมขายฝากระหว่างโจทก์กับจำเลย และบังคับตามนิติกรรมกู้ยืมเงินว่าโจทก์มีหนี้ค้างชำระ ๓๒๐,๘๐๕ บาท กับให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินตามฟ้องคืนแก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยไม่ได้ประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงิน ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๔) คดีแพ่งที่มีกฎหมายบัญญัติให้ใช้วิธีพิจารณาตามพระราชบัญญัตินี้และพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔ คำว่า ผู้ขายฝาก หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ขายตามสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และคำว่า ที่อยู่อาศัย หมายความว่า อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและหรือที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยหรือเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่าเป็นเจ้าของที่ดินโดยปรากฏตามเอกสารท้ายคำฟ้องซึ่งดำเนินการโดยเจ้าพนักงานที่ดินว่าเป็นการขายฝากที่ดินที่อยู่อาศัย ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๑ บัญญัติให้คดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากเป็นคดีผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค โดยให้ถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค โจทก์จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ส่วนปัญหาว่าสัญญาขายฝากที่ดินตามฟ้องเป็นนิติกรรมอำพรางการกู้ยืมเงินหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณา เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนขายฝากที่ดินตามฟ้อง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ ตามมาตรา ๓ (๔)

วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์