คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาว จ. โจทก์
ที่ ๖๔๔/๒๕๖๗ บริษัท ซ. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการอาคารชุด ซ. กับจำเลย ๑ ห้อง โจทก์ชำระค่าห้องชุดให้แก่จำเลยบางส่วนตามสัญญาแล้ว ต่อมาเกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด – ๑๙) ทำให้โจทก์ไม่สามารถชำระค่าห้องชุดส่วนที่เหลือเพื่อรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและเรียกให้จำเลยคืนเงิน แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค ตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับโจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้จะซื้อนั้นเป็นชาวต่างชาติ ไม่มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรไทย แม้ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในคดีนี้เพียง ๑ ห้อง แต่ได้ความตามคำร้องขอให้วินิจฉัยพร้อมเอกสารแนบท้ายว่าโจทก์ทำสัญญาจองซื้อห้องชุดในโครงการดังกล่าวอีก ๒ ห้อง รวมเป็นห้องชุด ๓ ห้อง เกินกว่าความจำเป็นในการอยู่อาศัย เมื่อจำเลยโต้แย้งว่าโจทก์ซื้อห้องชุดเพื่อต้องการผลตอบแทนจากการนำห้องชุดให้เช่า ขายต่อ หรือเก็งกำไรเพื่อการลงทุนเชิงธุรกิจ พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่า โจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดตามฟ้อง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์