ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                  บริษัท ท.                                     โจทก์

ที่ ๖๔๖/๒๕๖๗                                         ธนาคาร พ.                                  จำเลย

                     โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการค้าผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ จำเลยประกอบกิจการส่งเสริมสนับสนุนการส่งออกและการนำเข้าและรับประกันความเสี่ยง โจทก์ทำสัญญาประกันภัยการส่งสินค้าไปต่างประเทศกับจำเลยในวงเงิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อประกันความเสี่ยงในการรับชำระค่าสินค้าส่งออกจากผู้ซื้อและ/หรือธนาคารผู้ซื้อ ระหว่างระยะเวลาคุ้มครองตามกรมธรรม์ โจทก์ส่งสินค้าให้แก่ผู้ซื้อในประเทศญี่ปุ่นหลายครั้งและได้แจ้งให้จำเลยทราบตามเงื่อนไขกรมธรรม์ทุกครั้ง แต่ผู้ซื้อไม่ชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์รวม ๔ ครั้ง โจทก์ทวงถามให้ผู้ซื้อชำระหนี้ แต่ผู้ซื้อไม่ชำระ การกระทำของผู้ซื้อเข้าเงื่อนไขความคุ้มครองตามกรมธรรม์แล้ว โจทก์เรียกร้องให้จำเลยชำระค่าสินไหมทดแทนและค่าเสียหาย แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                     ศาลแพ่งส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                     พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า จำเลยประกอบการธนาคาร มีวัตถุประสงค์ส่งเสริมและสนับสนุนการส่งออก การนำเข้า และรับประกันความเสี่ยง จำเลยทำสัญญารับประกันภัยจากโจทก์โดยเรียกค่าเบี้ยประกันภัยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบกิจการค้าแสวงหากำไร โจทก์เอาประกันภัยการรับชำระค่าสินค้าส่งออกเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลสัญญาประกันภัย จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                     วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค                

                                                     (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                                       ประธานศาลอุทธรณ์