ค้นหาคำวินิจฉัย

 

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์   นาย ด.                                                         โจทก์

ที่  ๗๐๕/๒๕๖๗                           บริษัท น. จำกัด ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน                  จำเลย

                   โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน โจทก์ทำสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าห้องชุดโครงการ น. กับจำเลยทั้งสอง จำนวน ๑ ห้อง มีข้อตกลงว่าหากโจทก์ชำระค่าสิทธิการเช่าห้องชุดครบถ้วนก่อนที่จะก่อสร้างอาคารชุดเสร็จ จำเลยทั้งสองจะชำระเงินคืนให้ในอัตราร้อยละ ๑๐ ต่อปี ของราคาสิทธิการเช่าห้องชุดจนกว่าจะก่อสร้างเสร็จ และรับซื้อห้องชุดคืนในราคาเดิม ภายหลังทำสัญญาโจทก์ชำระเงินให้แก่จำเลยทั้งสองครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยทั้งสองไม่ก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาและไม่ชำระเงินคืนให้แก่โจทก์ตามสัญญา โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและทวงถามให้จำเลยทั้งสองคืนเงิน แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองคืนเงินและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยทั้งสองทำสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าห้องชุดให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยทั้งสองจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าห้องชุดในคดีนี้เพียง ๑ ห้อง แม้จำเลยทั้งสองจะอ้างในคำร้องขอให้วินิจฉัยว่าโจทก์ทำสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าห้องชุดในโครงการเดียวกันกับจำเลยที่ ๑ อีก ๑ ห้อง โดยมีเจตนาเพื่อการลงทุน แต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์ประกอบธุรกิจซื้อขายหรือให้เช่าห้องชุด พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดตามฟ้อง ทั้งมูลคดีที่โจทก์อ้างก็สืบเนื่องจากจำเลยทั้งสองไม่ก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญา โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองคืนเงินและชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าห้องชุด จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                   วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา  นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์