ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์         นาง ศ.                                                            โจทก์

ที่ ๗๒๒/๒๕๖๗                                  บริษัท อ. (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กับพวก          จำเลย

                    โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนาย ล.(ผู้ตาย) จำเลยทั้งสามประกอบกิจการประกันภัย โดยจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด จำเลยที่ ๑ เป็นผู้รับประกันภัยภาคบังคับและจำเลยที่ ๒ รับประกันภัยภาคสมัครใจรถยนต์หมายเลขทะเบียน X XX XXX กรุงเทพมหานคร ของนางสาว ก. ส่วนจำเลยที่ ๓ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดและเป็นผู้รับประกันภัยรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน X XX XXX  เพชรบุรี ของนางสาว ส. ระหว่างระยะเวลาคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย ว่าที่ร้อยตรี ก. ขับรถยนต์ที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ รับประกันภัย ส่วนนาย ธ. ขับรถจักรยานยนต์ที่จำเลยที่ ๓ เป็นผู้รับประกันภัย โดยมีนาย ล. นั่งโดยสารซ้อนท้าย เมื่อถึงที่เกิดเหตุบริเวณสี่แยกบ้านหนองไก่เถื่อน หมู่ที่ ๓ ตำบลหนองขาน อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังของว่าที่ร้อยตรี ก. และนายธ. ขับรถโดยใช้ความเร็วสูงและไม่ชะลอความเร็วของรถเมื่อใกล้ทางแยกเป็นเหตุให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ดังกล่าวเฉี่ยวชนกัน ทำให้นาย ล. ถึงแก่ความตาย โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสามชำระค่าสินไหมทดแทนแล้ว แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                     จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการ โดยจำเลยที่ ๑ ให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีบริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                     ศาลแพ่งพระโขนงส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                     พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๓ ประกอบกิจการประกันภัยและรับประกันภัยรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน X XX XXX เพชรบุรี โดยเรียกค่าเบี้ยประกันภัยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๓ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยมีผู้เอาประกันภัยเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค นาย ธ. ขับรถจักรยานยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยมีนาย ล. นั่งโดยสารซ้อนท้าย แม้มิได้เป็นผู้ชำระค่าเบี้ยประกันภัยแต่ได้รับการคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยจึงเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคด้วยเช่นกัน เมื่อนาย ล. ถึงแก่ความตาย โจทก์เป็นทายาทโดยธรรมของนาย ล. จึงสืบสิทธิและอยู่ในฐานะผู้บริโภคเช่นเดียวกัน และเมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๓ ชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาประกันภัย จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งโจทก์ทั้งสองฟ้องให้รับผิดรวมกันมาในคดีนี้นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

 วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                           (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                                             ประธานศาลอุทธรณ์