คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ส. โจทก์
ที่ ๗๒๙/๒๕๖๗ นางสาว พ. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างต่อเติมห้องครัวพร้อมติดตั้งชุดตู้ครัว และปรับปรุงพื้นที่จอดรถ บ้านเลขที่ XXX กรุงเทพมหานคร ตกลงค่าจ้าง ๒,๐๕๐,๐๐๐ บาท แบ่งชำระค่าจ้างตามงวดงานเป็น ๓ งวด โจทก์ทำงานที่รับจ้างงวดที่ ๒ แล้วเสร็จ แต่จำเลยผิดนัดชำระค่าจ้าง ขัดขวางไม่ให้โจทก์ทำงานต่อ และยึดวัสดุอุปกรณ์ของโจทก์ที่ใช้ในการทำงาน โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้และค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ทำงานที่รับจ้างไม่มีคุณภาพและล่าช้า ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าโจทก์รับจ้างจำเลยก่อสร้างต่อเติมห้องครัวพร้อมติดตั้งชุดตู้ครัว และปรับปรุงพื้นที่จอดรถโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและงานที่ว่าจ้างเป็นบ้านพักอาศัย ไม่ปรากฏว่าจำเลยแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์