ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                 ธนาคารก. จำกัด (มหาชน)              โจทก์

ที่  ๗๕๓/๒๕๖๗                                      นางสาวว. กับพวก                        จำเลย 

                          โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๓ เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ ๑ และที่ ๔ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดกับโจทก์ วงเงิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญาและประกาศโจทก์ โดยจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ จดทะเบียนจำนองทรัพย์สินเป็นประกัน กับมีจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ไม่สามารถชำระหนี้ได้จึงทำหนังสือรับสภาพหนี้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้กับโจทก์ แต่จำเลยที่ ๑ ผิดนัดชำระหนี้ โจทก์มีหนังสือทวงถามและบอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว แต่จำเลยทั้งสี่เพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ และบังคับจำนอง

                          จำเลยทั้งสี่ให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                          จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                          พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าโจทก์ประกอบการธนาคารพาณิชย์และให้จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ แม้เป็นบุคคลธรรมดา แต่เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบกิจการค้าแสวงหากำไร จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดจากโจทก์เพื่อนำเงินไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ในมูลสัญญาบัญชีเดินสะพัดและบังคับจำนอง โดยให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                            วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

                           (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                       ประธานศาลอุทธรณ์