คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ว. โจทก์
ที่ ๒๒๘/๒๕๖๗ บริษัท อ. จำกัด (มหาชน) จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๘.๕ ต่อปี โดยจำเลยจดทะเบียนจำนองห้องชุดเป็นประกันและสั่งจ่ายเช็คลงวันที่ล่วงหน้าให้ไว้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้ ครบกำหนดชำระหนี้ จำเลยผิดนัด โจทก์ทวงถามและบอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ และบังคับจำนอง
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์มีอาชีพให้กู้ยืมเงิน คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าโจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน แต่จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบกิจการค้าแสวงหากำไร จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์เพื่อนำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แม้โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์และจำเลยก็ไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคต่อกัน ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลกู้ยืมเงินและบังคับจำนอง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์