คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ธ. โจทก์
ที่ ๓๔๔/๒๕๖๗ นาย ม. ในฐานะผู้จัดการมรดกของนาง ส. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ไม่ได้ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงิน เดิมนาง ส. กู้ยืมเงินหลายครั้งจากโจทก์รวมเป็นเงิน ๒,๑๐๐,๐๐๐ บาท โดยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ XXX และ XXX ตำบลบางกุ้ง อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกัน ต่อมานาง ส. ขอโฉนดที่ดินเลขที่ XXX คืนจากโจทก์ เพื่อนำไปขายแก่บุคคลอื่นแล้วนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ บางส่วน หลังจากนั้นนาง ส. ทำสัญญากู้ยืมเงินกับโจทก์โดยยอมรับว่าเป็นหนี้เงินต้น ๑,๐๒๕,๖๒๕ บาท และส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ XXX ให้โจทก์ยึดถือเป็นประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญานาง ส. ผิดนัดชำระหนี้และถึงแก่ความตาย มีจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์ให้นาง ส. กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน แต่จากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีศาลจังหวัดสมุทรสงครามไม่ปรากฏว่าโจทก์เคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงินพฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์ให้นาง ส. กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงไม่อยู่ในฐานะผู้ให้บริการและไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โจทก์และนาง ส. จึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคต่อกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสุภาพชำระหนี้ในมูลกู้ยืมเงิน จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคพ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์