ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์              นาย ว. ที่ ๑ กับพวก                       โจทก์

ที่  ๔๖๕/๒๕๖๗                                        นางสาว อ.                                   จำเลย

                    โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยเป็นเพื่อนกัน จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการ ว. กับบริษัท พ. ๑ ห้อง และโครงการ ซ. กับบริษัท ย. ๑ ห้อง แต่จำเลยประสบปัญหาทางการเงินไม่สามารถผ่อนชำระค่าห้องชุดทั้งสองห้องดังกล่าวได้ จำเลยจึงขอให้โจทก์ทั้งสองทดรองจ่ายค่าห้องชุดแทนจำเลยหลายครั้งรวมเป็นเงิน ๑,๐๖๐,๙๖๘ บาท และโจทก์ทั้งสองมอบอำนาจให้จำเลยขายห้องชุดของลูกหนี้ทางการค้าของโจทก์ทั้งสองที่สหพันธรัฐรัสเซียแทน จำเลยขายห้องชุดดังกล่าวได้แล้ว แต่ไม่ส่งมอบเงินค่าห้องชุดให้แก่โจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองทวงถามให้จำเลยคืนเงินทดรองจ่ายกับให้คืนเงินค่าขายห้องชุดแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง

                    จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์ที่ ๒ เพื่อชำระค่าห้องชุดทั้งสองห้องตามฟ้อง โดยไม่มีการเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนและไม่มีหลักฐานการกู้ยืมเงิน ส่วนเงินค่าขายห้องชุดนั้น จำเลยหักค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการตามที่ระบุไว้ในสัญญาตัวแทนและส่งมอบเงินส่วนที่เหลือให้แก่โจทก์ทั้งสองครบถ้วนแล้วจำเลยเป็นผู้บริโภค คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ทั้งสองให้จำเลยกู้ยืมเงินเพื่อทดรองจ่ายค่าห้องชุดของจำเลยโดยไม่ปรากฏว่ามีการเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน โจทก์ทั้งสองจึงไม่อยู่ในฐานะผู้ให้บริการและไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ สำหรับการขายห้องชุดของลูกหนี้ทางการค้าของโจทก์ทั้งสองที่สหพันธรัฐรัสเซียนั้น จำเลยให้การว่าเรียกเก็บค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการก่อนส่งมอบเงิน ส่วนที่เหลือให้แก่โจทก์ทั้งสองแล้ว จำเลยอยู่ในฐานะผู้ให้บริการจึงมิใช่ผู้บริโภค ส่วนโจทก์ทั้งสองมอบอำนาจให้จำเลยดำเนินการขายห้องชุดดังกล่าวเพื่อประโยชน์ทางการค้า โจทก์ทั้งสองจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน โจทก์ทั้งสองและจำเลยจึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคต่อกันทั้งสองกรณี เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินอันมีมูลจากการทดรองจ่ายค่าห้องชุดและค่าขายห้องชุดที่สหพันธรัฐรัสเซีย  จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้า หรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒)  ถึง ๓  (๔)

                    วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

                                                                 (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                                                   ประธานศาลอุทธรณ์