ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์               นางสาว ป.                                              โจทก์

ที่ ๖๗๙/๒๕๖๗                                      บริษัท ล.                                                จำเลย

                 โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และจัดสรรที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในโครงการ ด. เพื่อจำหน่าย โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง รวม ๔ แปลง (แปลงที่ E๒๖ – E๒๙) จากจำเลย ราคา ๓๓,๒๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ชำระเงินบางส่วนตามสัญญาแล้ว ต่อมาจำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ตรวจรับมอบสิ่งปลูกสร้างทั้งสี่หลังเมื่อพ้นกำหนดรับโอนกรรมสิทธิ์ แต่จำเลยก่อสร้างบ้านทั้งสี่หลังไม่เรียบร้อย โจทก์จึงไม่รับโอนกรรมสิทธิ์และแจ้งให้จำเลยแก้ไข หลายครั้ง แต่จำเลยไม่แก้ไขให้ครบถ้วนตามที่โจทก์แจ้ง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถเข้าใช้ประโยชน์ได้ โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้จำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                         จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                         จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                  พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าจำเลยประกอบธุรกิจจัดสรรที่ดินและทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์แม้เป็นบุคคลธรรมดา แต่ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวม ๔ แปลง โดยปรากฏตามคำให้การว่าโจทก์ต้องการปรับปรุงให้อาคารเชื่อมต่อกันเพื่อประกอบธุรกิจร้านสปา อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายในมูลผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                    วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

 

 

(นางสุวิชา  นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์